เค้าลางแห่งความเลวร้าย…แม้ว ตอนที่ 4 ประกาศผลงาน แหกตาชาวบ้าน

ประกาศผลงาน แหกตาชาวบ้าน

ความเลวร้าย.. เริ่มคืบคลานเข้าสู่ประเทศ อย่างเงียบ

ผลการเลือกตั้งหลัง รบ.ชวน ประคับประคองบริหารประเทศจนครบวาร ะพรรค ทรท ซึ่งมี แม้วเป็นหัวหน้าพรรคได้รับคะแนนอย่างถล่มทลาย ได้คะแนนเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภา ทำให้สามารถจัดตั้ง รบ. พรรคเดียว ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมือง ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง และกำลังทรัพย์ที่หว่านลงไปยังนักการเมืองท้องถิ่น

การบริหารประเทศแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ ในรัฐสภาอันทรงเกียรติ.. โดยที่ไม่มีผุ้ใดล่วงรู้ หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ถือว่าเป็นนายกโดยสมบุรณ์ ยุทธศาสตร์หนึ่งที่ แม้วประกาศคือทำสงครามกับยาเสพติด แต่เรื่องเอาไว้อธิบายภายหลัง

ช่วงนี้ของอธิบาย ผลงานที่แม้วและสมุนภูมิใจหนักหนา นั่นคือ ” การใช้หนี้ IMF ( ไอ เอ็ม เอฟ * พิมพ์ไว้ให้อาจจะมีสีแดงมาอ่าน) ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาลูกสมุนทั้งซ้ายและขาว ต่างนำมาประกาศศักดา ว่า แม้วเก่งอย่างนั้น เก่งอย่างนี้ แหกตาชาวบ้านสิไม่ว่า

IMF เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของรัฐบาลพ่อจิ๋ว แต่ยังไม่ได้รับเงินพ่อจิ๋วประกาศลาออกเสียก่อน เนื่องจากทนพิษเศรษฐกิจและเสียงประชาชนไม่ไหว รัฐบาลพ่อชวน จึงต้องสานต่อ แต่ไอ้พวกลูกสมุนกับโยนบาปให้รัฐบาลชวน ว่าเป็นผู้ก่อหนี้ ก็ลองไม่ทำตามสัญญาที่จิ๋วลงนามไว้ซิ โดนฟ้องล้มละลายทั้งประเทศกระไร

การรับเงินกู้จาก IMF ต้องรับเป็นงวด ๆ ตามสัญญา เหมือนกับที่เราทำสัญญากู้เงินจากธนาคารเพื่อปลูกบ้าน เราจะได้รับเป็นงวด ๆ ตามสัญญา แต่ IMF มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่งคือเงินกู้จำนวนนี้ต้องนำเข้าคลังของธนาคารชาติ เพื่อเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ และเป็นเงินดอลล่าร์เท่านั้น

จำนวนเงินกู้ทั้งหมดประมาณ 17,000 ล้าน US หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 765,000 ล้าน US (ขออนุญาตนำเสนอเป็นจำนวนเต็ม) เมื่อรับเงินกู้ครบตามจำนวน รัฐบาลชวนไม่ได้แตะต้องเงินจำนวนนี้แม้แต่เหรียญเดียว (อันนี้ไม่ใช้เข้าข้างแต่พูดความจริง) เนื่องจากสัญญาให้เป็นเงินสำรองระหว่างประเทศเท่านั้น

เงินสำรองระหว่างประเทศ ใช้เพื่อเป็นหลักประกันการทำการค้าระหว่างรัฐบาล กับรัฐบาล เหมือนเป็นหลักประกัน เงินค้ำประกัน คิดง่าย ๆ หากคุณไปสมัครงานเป็นพนักงานการเงิน บริษัทก็มักจะให้คุณวางเงินประกันตำแหน่ง หรือต้องมีข้าราชการเซ็นต์รับรองให้เงินสำรองระหว่างประเทศก็เช่นกัน เป็นการสร้างเครดิตให้รัฐบาลสามารถทำการค้ากับประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วโลก

รัฐบาลชวนทำการค้าที่ละนิดละหน่อย ได้ผลกำไรมาก็โยนเงินเข้าคลัง เหมือนที่เราบังคับให้ลูก ๆ เหลือค่าขนมกับมาหยอดกระปุกนั่นแหละ..เพราะมันอยู่ในกระปุก ลูกเราก็เลยไม่รู้ว่าขณะนี้ลูกเราเก็บเงินได้กี่บาทแล้ว…รัฐบาลก็เช่นกัน เก็บเงินอย่างเดียวไม่เคยเช็คยอดเงินในคลัง (ทุกท่านคงจำได้ ช่วงนั้นมีการประชาสัมพันธ์ให้ช่วยกันประหยัด กินมาม่า ไวไว ยำยำ เป็นกิจวัตร)

จวบจน 3 ปีเต็มจนหมดวาระรัฐบาลชวน ธนาคารชาติได้ทุบกระปุกนับเงินในคลัง… จากเดิมมีเงินกู้ IMF อยู่ 17,000 ล้าน US ปรากฏว่าเงินในคลัง ณ เวลานั้นมีสูงถึง 32,000 ล้าน US บวก ลบ แล้ว รัฐบาลชวน ทำกำไรจากการค้าขาย เล็ก ๆ น้อยๆ เป็นเงิน 15,000 ล้าน US แต่ลืมประกาศให้ประชาชนรับทราบหรือว่า เป็นความลับระดับชาติห้ามแถลงมิอาจทราบได้แต่จะว่าไป เป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้น ค่าเงินบาทขยับดีขึ้นทำให้มีผลกำไรจากค่าเงินมาช่วยเสริมด้วยอีกทางหนึ่ง

ภายหลังการเลือกตั้ง มกราคม 2544 แม้วเข้ามาเป็นนายก โดยมีเงินทุนที่ได้รับมอบจากรัฐบาลชวน 32,000 ล้าน US ในขณะที่ประเทศเป็นหนี้ IMF อยู่ 17,000 ล้าน US หลังเข้ารับตำแหน่ง แม้วทราบถึงจำนวนเงินที่คงเหลืออยู่ในคลัง แม้วเริ่มออกอากาศ ประชาสัมพันธ์ ว่าจะใช้หนี้ IMF ใช้หนี้ก่อนครบสัญญา… เอาเข้าไป..

วันดี คืนดี ก็ประกาศโพล่งออกมา “เราเป็นไทแล้ว ผมใช้หนี้ IMF หมดแล้ว ใช้ก้อนเดียวหมดเลย” ลูกสมุนก็พากันรับสมอ้าง นำไปพูดจากับชาวบ้านว่าแม้วท่านเก่ง ใช้หนี้ให้ประเทศ แต่ไม่ยอมบอกว่าเงินที่ใช้หนี้นะ เป็นเงินที่ได้มาจากผลงานของใครภาษาชาวบ้านเค้าเรียกว่า “ชุบมือเปิบ”

ถามหน่อย วันที่แม้วเข้ารับตำแหน่งนายกถึงวันที่แม้วนำเงินจากคลังไปใช้หนี้ ห่างกันกี่ วันกี่เดือน ประเทศค้าขายอะไร ให้ประเทศไหน จึงสามารถสร้างกำไรได้มหาศาล จนนำมาใช้หนี้ 17,000 ล้าน US ได้…

พฤติกรรมเช่นนี้เค้าเรียกว่า “แอบอ้างผลงาน” “ขโมยผลงาน” หรือ “หน้าไม่อาย” ดีหล่ะ

เครดิตคุณ Birdy เสรีไทย

1 Comment more...

เค้าลางแห่งความเลวร้าย…แม้ว ตอนที่ 3 รวยจากค่าเงินบาท

ที่จริงอยากจะตั้งหัวข้อว่า ” กรูขอรวยจากความทุกข์ของประชาชน” แต่เกรงว่าจะแรงเกินไป ขอแบบเรียบ ๆ แล้วกัน อารมณ์จะได้ไม่พุ่งปรี้ด

วิกฤตการเงินในปี 2540 สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็น บรรษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนาคาร ต่างปิดกิจการเป็นว่าเล่น ตลาดหุ้นดิ่งลงชนิดที่นักเล่นหุ้นขาดทุน เจ๋งระเนระนาด หมดตัว นักธุรกิจบางท่านที่ฉลาด อาศัยจังหวะนี้ล้มบนฟูกกันเป็นแถว.. (คุณพ่อยังสูญเงินไปกับหุ้นเป็นจำนวนเงิน 7 หลักเหมือนกัน)

นายกรัฐมนตรี (คงไม่ต้องบอกนะว่าใคร) รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และที่จำไม่ผิดอีกท่านเป็นผู้ว่าธนาคารชาติ ปิดห้องประชุมลับ เพื่อตัดสินเกียวกับค่าเงินบาท ผลการประชุมเป็นอย่างไร นอกจาก 3 ท่านดังกล่าว ยังมีแม้วอีกคนหนึ่งที่บังอาจล่วงรู้ จะด้วยวิธีก็แล้วแต่ระยะเวลา 15 วันก่อนประกาศลดค่าเงิน แม้วสั่งถอนเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ สั่งซื้อเงินดอลล่าห์มากักตุนไว้ ในขณะเดียวกันสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือมาเก็บเอาไว้….

การประกาศลดค่าเงินบาท ทำให้บริษัทนำเข้าสินค้าต่างประเทศและบริษัทที่มีสัญญากู้ยืมเงินจากสถาบันต่างประเทศขาดทุนทันทีเกือบเท่าตัว บางบริษัทถึงกับล้มละลายเพียงชั่วข้ามคืนในยามวิกฤตค่าเงินบาท ทุกบริษัทประสบภาวะขาดทุนเหมือนกันยกเว้น…กลุ่มบริษัทของแม้ว กำไรจากค่าเงินจำนวนมหาศาล(หากใครอยากเห็นข้อมูล ค้นงบการเงินได้จากกรมพัฒน์ฯ)

บริษัททั่วไปขาดทุน ล้มละลายชั่วข้ามคืน ตรงข้ามกับกลุ่มบริษัทของแม้ว และ 2 ตระกูลดังของประเทศ ร่ำรวยมหาศาลจากเดิมเกือบเท่าตัวเพียงชั่วข้ามคืนเช่นกัน เพราะ แม้วเก่ง หรือเป็นนักวิเคราะห์การเงิน เก่งใช่หรือไม่

คำตอบคือ ป่าวอีกเช่นกัน.. แต่เพราะแม้วเป็นนักฉวยโอกาสที่ขาดจริยธรรมเช่นเดิม นำความลับของทางราชการวางแผนการเงินของตัวเองได้อย่างน่าทุเรศที่สุด แต่จะว่าไปคนที่ควรถูกประนามอีกท่าน คงจะเป็นผู้ที่นำความลับเรื่องค่าเงินไปคุยให้แม๊วฟัง…อยากถามว่า ณ เวลานั้นท่านคิดอะไรอยู่ ถึงนำความลับราชการไปแพร่งพรายกับบุคคลภายนอก หรือว่า.. ท่านได้ผลประโยชน์จากเงินก้อนนี้ด้วย

เครดิตคุณ Birdy เสรีไทย


เค้าลางแห่งความเลวร้าย…แม้ว ตอนที่ 2 กำเนิดอสูรร้าย

หลังเหตุการณ์ รสช ผู้มีอำนาจในสมัยนั้นได้ลงนามมอบสัมปทานกิจการสัญญาณโทรคมนาคม ให้กับนักธุรกิจอดีตนายตำรวจไทย การลงนามในครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นการผูกขาดกิจการโทรศัพท์มือถือรายเดียวของประเทศ

การผูกขาด คือ การทำธุรกิจ หรือการดำเนินงานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่มีคู่แข่ง สิ่งที่ตามมาของการผูกขาด กำหนดราคาขายและค่าบริการได้ตามใจชอบ ในกรณีนี้ สัมปทานที่ได้ไปเป็นกิจการโทรคมนาคมหรือที่รู้จักกันในนาม โทรศัพท์มือถือ ในปัจจุบัน

เมื่อได้สัมปทานมาเพียงรายเดียว บริษัทจึงมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ได้เองตามใจชอบ ไม่ว่า จะเป็นราคาเครื่องโทรศัพท์ราคาสัญญาณ หรือที่เรียกกันว่า ค่าโทรศัพท์ นั่นหล่ะ ผู้ค้ารายใดต้องการนำโทรศัพท์มือถือเข้ามาจำหน่าย ต้องซื้อผ่านผู้ที่ได้รับสัมปทานเท่านั้น

หรือจะพุดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ แม้วเป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศเพียงคนเดียว ใครต้องการขาย ต้องมาซื้อต่อจากแม้ว ค่าโทรศัพท์ แม้วก็ตั้งเองตามใจ นาที่ละ 5 บาทในช่วงแรก ๆ จำกันได้มั้ย กดโทรออกไป ปลายสายรับหรือไม่ คุยกันกี่วิก็แล้วแต่ แม้วคิดนาที่ละ 5 บาททั่วประเทศ กี่หมายเลขลองคิดดู

ซื้อโทรศัพท์มาจากต่างประเทศ ประมาณเครื่องละไม่เกิน 9,000 บาท (รวมภาษีนำเข้าแล้ว) นำมาขายพร้อมค่าจดทะเบียน (จำกันได้มั้ย) ประมาณเครื่องละ 10,000 – 80,000 บาท (จำได้เครื่องแรกที่ซื้อเป็น โมโตโรล่า ทุกวันนี้ยังเก็บไว้เป็นที่ระลึก จ่ายไป 69,000.-) จากนั้นเสียค่าโทรศัพท์อีกนาที่ละ 5 บาท โดยเฉลี่ย ณ เวลานั้นเสียค่าโทรศัพท์เดือนละ 6,000 – 7,000 บาททุกเดือน

ลองบวกลบคูณหารเอง แล้วกันว่าจำนวนเงินมหาศาลแค่ไหน แค่ราคาโทรศัพท์ก็ประมาณ 60,000 – 70,000 บาทต่อเครื่อง ค่าโทรศัพท์อีกกี่ล้านหมายเลขทั่วประเทศ คำนวณให้ไม่ถูก แต่นั้นก็ทำให้ แม้วกลายเป็นมหาเศรษฐีชั้นแนวหน้าของโลกได้ภายในไม่กี่ปี ตั้งแต่ได้รับสัมปทานมา…

หากจะพูดว่า แม้วเป็นนักการตลาดที่เก่งใช่หรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ แต่แม้วเป็นนักฉวย

เครดิตคุณ Birdy เสรีไทย


เค้าลางแห่งความเลวร้าย…แม้ว ตอนที่ 1 บทเริ่มต้น

ขออนุญาตนำข้อความ ของ นาย ป.4 (หลังเขา) ในหนังสือ ” ตื่นเถิด..ชาวไทย” มาเผยแพร่ ดังนี้

” ประชาธิปไตยมิใช่อยู่ที่ปลายลิ้น มิใช่อยู่ที่ลายลักษณ์อักษร อันสละสลวยสวยหรูอยู่ในตำรับตำรา แต่มันฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ ตรงขั้วจิตใจผู้เป็นมนุษย์ทุกชนชั้น ”

ชนชั้นรากหญ้า ชนชั้นกลาง ไม่ว่าจะทำมาหากินด้วยอาชีพใดก็แล้วแต่ทุก ๆ คน ทำเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เพื่อความอยุ่รอดของชีวิตไปวัน ๆแต่ไม่เคยมีความคิดที่จะทำลาย ทำร้ายประเทศชาติ ทุกชีวิตตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ผิดกับกลุ่มคนที่มีดีกรีการศึกษาสูง สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง มียศ มีเงินมีทอง มีอาหารดี ๆ เครื่องดื่มหรูๆ ราคาขวดหละหลายพัน หลายแสนกลุ่มคนที่อุปโหลกว่าตนเป็นพวก ปัญญาชนผู้ทรงเกียรติ.. ใช้ช่องว่างของกฏหมาย ตักตวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ต่างหากที่เป็นผู้ทำลาย ทำร้ายประเทศ

ปากก็พร่ำแต่คำว่ารักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมามันกลับตรงกันข้าม แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องเท่านั้น นี่หละคือตัวตนที่แท้จริงของท่านผู้ทรงเกียรติ

เค้าลางของความชั่วร้าย เริ่มต้นหลังผุ้มีอำนาจในปี 2535 เซ็นต์มอบสัมปทานโทรศัพท์มือถือให้กับอสุรร้ายในคราบของนักธุรกิจ หน้าใสใจสะอาด โดยไม่ได้คาดคิดว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้น ความเลวร้ายที่จะส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ ก่อให้เกิดความแตกแยกของประชาชนเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน และเป็นจุดกำเนิดขบวนการเพื่อล้มล้างสถาบันสุงสุดของประเทศ

หากผู้มีอำนาจในยุคนั้น ทราบว่าสัมปทานที่ท่านให้ไป จะส่งผลร้ายเช่นนี้ ท่านคงมิยอมมอบโอกาสสร้างความร่ำรวย อันเป็นพื้นฐานของการสร้างเสริมขุมกำลัง เส้นสายโยงใย สร้างบันไดขึ้นสู่จุดสุงสุดของอำนาจอันเป็นพฤติกรรมโดยสันดานของคนโลภ

เมื่อมีกำลังทรัพย์เสริมบารมี จุดหมายต่อไปคือ ตำแหน่งอันทรงเกียรตืเพื่อเปิดทางเดินของตนเข้าสู่เวทีโลก นั่นคือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี.. พยายามไข่วคว้ามาให้ได้โดยไม่คำนึงถึงวิธีที่จะได้มา.. หว่านเงินลงไปสร้างฝันให้กับชนชั้นกรรมาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ชาวไร่ ชาวนา แท็กซี มอร์เตอร์ไซค์รับจ้าง พ่อค้า แม่ขาย และกลุ่มคนหาเช้ากินด่ำ..

ตำแหน่งอันทรงเกียรติที่ได้มาจากกำลังทรัพย์ จำนวนมหาศาล ถึงเวลาจะเรียกคืน โดยใช้กำลังสมองที่มีแต่ คดโกง หลอกลวงสร้างโครงการสารพัดโครงการ เพียงเพื่อหวังจะนำเงินในคลังหลวงออกมาปรนเปรอความต้องการของตนและพวกพ้อง วาดฝันต่างๆ นาๆให้กับสุจริตชน พ่นคำพุดที่หวานจับใจ ถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากโครงการต่าง ๆ แต่สิ่งที่อสูรร้ายได้ไปคือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลภายใต้นโยบายประชานิยม…

สิ่งสุดท้ายที่อสูรร้ายต้องการคือ.. ขุมกำลังในทุกองค์กรที่มีอยู่เพื่อปกปิดสิ่งที่ส่อพิรุธ สิ่งที่ตนและพวกพ้องยักยอกถ่ายเท..มีการโยกย้ายบุคคลที่ไม่ร่วมทำสังคกรรมด้วยออกนอกพื้นที่ จัดวางขุมกำลังของตัวเองเข้าไปแทรกซึมอยู่ทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติงาน ถึง ระดับบริหาร ทั้งในองค์กรอิสระและหน่วยงานของราชการ ไม่เว้นแม้กระทั้งหน่วยงานรักษาความมั่นคงและหน่วยงานยุติธรรม กระจายขุมกำลังตัวเองไปให้ทั่วประเทศการบริหารภายใต้ระบบเผด็จการเบ็ดเสร็จ…

กำลังทรัพย์ ตำแหน่ง กำลังคน และบารมีที่สร้างขึ้นจากเงินทองทุกอย่างพร้อมแล้ว.. ถึงเวลาที่ต้องเดินสู่จุดหมายที่ต้องการกระทำตัวเหมือนดั่ง เป็นเจ้าของประเทศ เป็นเจ้าชีวิต ความคิดของข้านั้นถูกต้อง คนอื่นที่คิดต่าง คือคนที่ต้องการล้มล้างข้า ผู้คนรอบข้างต้องเคารพข้า เหมือนดั่ง ข้าคือเทพเจ้า… แต่ว่านะ… กฎแห่งกรรม กรรมใดใครก่อ กรรมนั่นย่อมคืนสนองสิ่งใดที่มิใช่ของตน ยื้อแย่งมาโดยวิธีอันทุจริต สิ่งนั้นย่อมไม่จีรัง..

บทเริ่มต้น จบเพียงเท่านี้.. เข้าสู่รายละเอียดซึ่งพยายามรวบรวมเท่าที่ความสามารถจะทำได้.. จะพยายามพิมพ์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เวลาจะอำนวยให้ อันเนื่องมาจากมีงานที่ต้องรับผิดชอบ..บางครั้งอาจใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ขอโทษไว้ ณ ที่นี้

เครดิตคุณ Birdy เสรีไทย


หนึ่งล้านแรกหายาก ล้านต่อไปหาง่าย

เคยได้ยินคำนี้ไหมครับที่คนโบราณเขาว่ากันว่า “หนึ่งล้านแรก ยากที่สุด” และล้านต่อๆมาจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าหลายๆคนทำงานมาทั้งชีวิตยังมีเงินเก็บไม่ถึงล้านเลยครับ เหตุเพราะได้เงินน้อยก็ส่วนหนึ่ง และอาจจะวางแผนการใช้ชีวิตไม่ถูกต้อง สมัยผมยังเด็กผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าคำว่าคนรวย เศรษฐี มันเป็นยังไง แม้วันนี้จะยังไม่ได้เป็นก็ตาม แต่พอจะเดาภาพออกได้แล้วว่าคนรวย เค้าคิด เค้าทำ อย่างไรบ้าง ถึงมีเงินกันได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งสำคัญเลยผมคิดว่า คนเราต้องรู้จักการวางแผน มีเป้าหมายที่แน่นอน และมีวินัยกับการรักษาเวลา สถานะ ให้ไปยังเป้าที่วางไว้อย่างไม่หลงทางครับ โดยเราจะมีเงินล้านได้ ก็ต้องรู้จ้กวางแผนรายรับ รายจ่าย ศึกษาสภาวะเศรษฐกิจประจำวัน และหากต้องการลงทุนกับกิจการใดๆ ก็ควรคำนวณถึงข้อผิดพลาดก่อนที่จะมองไปหาแต่ความสำเร็จของมัน

อย่างผมตอนนี้เริ่มที่คิดจะผันเงินที่หาได้เป็นอสังหาริมทรัพย์ เพื่ออีก 5 ปีข้างหน้าจะได้เริ่มต้นทำธุรกิจที่ตัวเองฝันไว้ครับ ตอนนี้ยังคงไม่ทำเพราะรู้ว่ายังด้อยประสบการณ์ ไอ้ครั้นจะเก็บเป็นเงินสด การงอกเงยก็แสนจะเชื่องช้าเหลือเกินกับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารไทย แต่ก็นั่นแหละครับ ยิ่งได้เยอะยิ่งได้มาง่ายยิ่งประมาท ก็ต้องระวังกันไปครับ

วิธีที่จะหาเงินล้านได้เร็วๆแบบผมเหรอครับ ต้องงดความอยาก อะไรที่เคยออกไปเที่ยวเมื่อสมัยหนุ่ม ให้เลิกให้หมด งดเหล้า งดบุหรี่ ห้ามเที่ยว ห้ามอยากได้อะไรไร้สาระโดยเด็ดขาด แล้วผมตั้งเป้าเอาไว้ว่าอีกสองปี จะแต่งงาน ต้องมีเงินเก็บ 1-2 ล้าน และมีอสังหาริมทรัพย์อย่างต่ำ 5 ล้านครับ ถ้าคำนวณแล้วตกปีละ 3 ล้านถือว่ายากใช่ไหมครับ เอา 12 เดือนหารก็ตกเดือนละ 250,000 บาทที่ต้องเก็บ…. คุณคิดว่า ผมจะทำยังไงครับ ? เอาไว้ตอนหน้าจะมาบอกครับ เทคนิคหาเงินล้านภายใน 1 ปี


Copyright © 1996-2010 I am ATT. All rights reserved.
Jarrah theme by Templates Next | Powered by WordPress