toothcover - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น


อาการปวดฟัน

ปวดฟัน หมายถึงอาการปวดที่เกิดได้ทั้งบริเวณรอบๆฟันหรือบริเวณขากรรไกร ซึ่งอาการปวดจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ แบบแรกคืออาการปวดแบบเสียวฟัน เกิดขึ้นขณะรับประทานอาหารที่มีอุณหภูมิร้อน/เย็น หรือเมื่อเคี้ยวอาหาร อาการจะหายไปเมื่อหยุดรับประทานอาหารภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

ลักษณะของอาการปวดดังกล่าวมักมีสาเหตุจากฟันผุหรือฟันบิ่นจนเข้าไปถึงเนื้อฟันชั้นใน ทำให้ความเย็นหรือแรงที่เกิดขึ้นจากการเคี้ยวอาหารมีโอกาสกระตุ้นเส้นประสาทที่อยู่ภายในโพรงประสาทใต้เนื้อฟันได้มากกว่าปกติ จึงเกิดความรู้สึกเสียวฟันทุกครั้งเมื่อกินอาหาร

ส่วนอาการปวดฟันอีกประเภทนั้นจะมีอาการปวดที่รุนแรงกว่า คือ นอกจากจะมีอาการปวดและเสียวฟันมากขึ้นขณะกินของร้อน/เย็น หรือเวลาเคี้ยวอาหารแล้ว ยังพบว่าขณะอยู่เฉยๆนั้นยังจะมีการปวดเป็นจังหวะ ตุ้บ ๆ และถึงแม้ว่าจะเลิกรับประทานอาหารแล้วอาการปวดก็ยังคงอยู่ ดังนั้นอาการปวดลักษณะนี้นอกจากเราจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่กระตุ้นให้เกิดอาการแล้วยังต้องรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการควบคู่ไปด้วย

dent - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

ทำความรู้จักกับ ‘ฟัน’

‘ฟัน’ เป็นอวัยวะเราใช้ฟันในการฉีก บดอาหาร โดยฟันของคนเรานั้นประกอบไปด้วยส่วนที่โผล่พ้นออกมาจากเหงือกและส่วนที่อยู่ใต้เหงือก หลักๆแล้วในฟันหนึ่งซี่องค์ประกอบที่เราควรรู้จักมีดังนี้

• เยื่อหุ้มฟัน (Enamel)

ผิวส่วนนอกสุดของฟันเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุด ประกอบไปด้วยสารแคลเซียมและฟอสเฟต

• เนื้อฟัน (Dentine)

คือส่วนของตัวฟันซึ่งแข็งแรงรองมาจากสารเคลือบฟันเป็นชั้นที่มีการสร้าง/การสลายอยู่ตลอดเวลาและยังเป็นชั้นที่มีเซลล์อยู่เป็นจำนวนมาก

• โพรงประสาท (Pulp Chamber)

เป็นบริเวณที่อยู่ของเส้นเลือดซึ่งจะนำสารอาหารมาหล่อเลี้ยงฟันและนำของเสียต่างๆออกไปกำจัด นอกจากนั้นแล้วยังมีเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ในการรับความรู้สึกของฟัน เช่น การรับรู้ถึงอุณหภูมิของอาการที่เรารับประทานเข้าไปว่าร้อนหรือเย็นและยังรับความรู้สึกปวดเมื่อมีการปวดฟันด้วย เป็นต้น

ส่วนต่างๆของฟันนั้นล้วนทำงานสัมพันธ์กันทั้งสิ้น ดังนั้นหากส่วนใดส่วนหนึ่งมีความผิดปกติเกิดขึ้น ก็จะส่งผลให้ส่วนอื่นได้รับความเสียหายไปด้วย

เช่น หากเราไม่หมั่นทำความสะอาดฟันหรือทำความสะอาดฟันไม่ถูกวิธี ทำให้เศษอาหารยังติดค้างอยู่ตามซอกฟัน หรือบางครั้งก็พบว่าคราบน้ำตาลที่เกิดจากอาหารที่กินยังติดค้างอยู่ในปากและสัมผัสกับฟันเป็นเวลานานทำให้เชื้อแบคทีเรียเกิดกระบวนการย่อยสลายเศษอาหารให้กลายเป็นกรดซึ่งมีฤทธิ์ในการสลายแร่ธาตุที่เป็นโครงสร้างของฟันจนทำให้ฟันค่อยๆ ผุกร่อนไปทีละน้อยโดยเริ่มจากชั้นเคลือบฟันภายนอกลามเข้าไปถึงในเนื้อฟัน

ซึ่งอาจทะลุเข้าไปถึงชั้นโพรงประสาทฟัน (Pulp) ที่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่ภายในทำให้เกิดอาการปวดฟัน หรือฟันอักเสบเป็นหนองเกิดขึ้นได้นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามอาการปวดฟันที่เกิดขึ้นนั้นก็ยังสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆอีกมากมาย เช่น ใน บางรายอาจเป็นอาการปวดจากโรคอื่นๆแล้วความปวดร้าวนั้นก็ถูกส่งต่อมายังฟัน ส่งผลให้ดูเหมือนมีอาการปวดฟัน

เช่น โรคหัวใจ โรคไซนัสอักเสบ โรคที่เกี่ยวข้องกับหูเพราะหูเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดก็สามารถส่งผลมาถึงฟันได้ เป็นต้น
อาการปวดฟัน

smile teeth - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

สาเหตุของการ ปวดฟัน

มีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้

• ฟันผุ

เป็นสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่มีอาการปวดฟัน เนื่องจากปกติแล้วบริเวณผิวฟันของคนเรานั้นจะมีการสะสมคราบจุลินทรีย์ซึ่งเป็นแบคทีเรียอยู่หลายชนิด เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไปแบคทีเรียก็จะผลิตกรดไปละลายชั้นผิวฟันและแร่ธาตุบนผิวฟันออก ทำให้เนื้อฟันถูกทำลายไป จนทำให้เกิดเป็นรูหรือโพรงที่ตัวฟัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะลุกลาม ขยายใหญ่และลึกขึ้นเรื่อยๆจนอาจต้องสูญเสียฟันไป

• การอักเสบของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน

ทำให้เกิดอาการปวดฟันขึ้นโดยไม่ต้องมีตัวกระตุ้น ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นมักมีความรุนแรงมากและมีระยะเวลาปวดนาน โดยการอักเสบและติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งฟันผุที่ผุลึกมากจนกระทั่งทะลุโพรงปราสาทฟัน หรือเกิดจากฟันแตกราวลึกลงไปในโพรงประสาทฟันจะทำให้เกิดการอักเสบและเกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันได้

• ปลายรากฟันอักเสบ

เป็นโรคที่เกิดต่อจากการอักเสบของเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันที่เป็นมานาน แล้วเกิดการลุกลามเข้าไปยังปลายรากฟันทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นหนองที่ปลายรากฟันนั้น เหงือกบริเวณโดยรอบนั้นจะบวมขึ้น ซึ่งอาการปวดและบวมที่เกิดขึ้นจะค่อนข้างรุนแรง และหากยังไม่ไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา เชื้อโรคอาจจะเข้าสู่ปลายกระดูกรากฟัน ก่อให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งเชื้อโรคจะค่อยๆทำลายกระดูกรากฟันและอาจลุกลามจนกระดูกอักเสบไกลออกไปจากฟันซี่ที่เป็น ต้นเหตุ

• โรคเหงือกอักเสบ

มักมีสาเหตุมาจากคราบหินปูนที่สะสมอยู่ที่ฟัน ทำให้เหงือกบริเวณนั้นอักเสบบวม และแดงช้ำได้ โดยอาการปวดที่เกิดขึ้นจะปวดแบบพอให้รำคาญ ร่วมกับมีเลือดออกขณะแปรงฟัน หากเป็นมากๆเข้าจะทำให้ฟันโยกได้

• โรคปริทันต์

เป็นโรคที่มีการอักเสบเกิดขึ้นไม่ใช่แค่เพียงบริเวณเหงือกอย่างที่ทั่วไปเข้าใจกันเท่านั้น แต่เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับอวัยวะรอบๆฟันด้วย เช่น กระดูกเบ้าฟัน, เอ็นยึดปริทันต์ และ ผิวรากฟัน เป็นต้น โดยอาการในระยะแรกอาจยังไม่มีการเจ็บปวด แต่จะพบว่าบริเวณเหงือกเริ่มบวม แดง กดนิ่ม ขอบเหงือกหนาตัวขึ้นมีเลือดออกได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะแปรงฟัน และเมื่อเกิดการลุกลามจนถึงขั้นมีการอักเสบของอวัยวะปริทันต์แล้ว จะมีการสูญเสียการยึดเกาะระหว่างเอ็นยึดปริทันต์กับเคลือบรากฟัน ระยะนี้จึงพบได้ว่าอาจจะเกิดฟันโยก ปวด เคี้ยวอาหารไม่สะดวก ในขณะกัดหรือเคี้ยวอาหารจะรู้สึกว่าฟันไม่แน่น และรู้สึกเจ็บ มีเลือดออกจากเหงือกได้ง่าย มีกลิ่นปาก และในบางครั้งอาจเกิดฝีหนองขึ้น จนต้องถอนฟันซี่นั้นออกไป

toothdecayed - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

• ฟันแตกหรือฟันร้าว

ส่งผลให้ความเย็นหรือความร้อนเข้าถึงโพรงประสาทฟันได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดฟันได้ ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายประการ ที่พบได้บ่อยๆ คือ

1. การเคี้ยวของแข็งๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เนื่องจากความยืดหยุ่นของเนื้อฟันและอวัยวะรอบๆ รากฟันน้อยลง ตัวฟันจึงจะกรอบมากขึ้น เมื่อมีแรงกัดมากเกินปกติ จะทำให้ฟันร้าวหรือฟันแตกได้

2. แรงกระแทก ส่วนใหญ่มักเกิดในกรณีของอุบัติเหตุ เช่น ฟันโดนกระแทกขณะเล่นกีฬา ทำให้เราเห็นได้ว่ากีฬาบางชนิดที่มีความเสี่ยงจะต้องมีการสวมฟันยางขณะเล่น เช่น ชกมวย รักบี้ เป็นต้น

3. การใช้ฟันผิดหน้าที่ เช่น บางคนใช้ฟันในการเปิดฝาขวด กัดปากกาดินสอ กัดเล็บ ซึ่งหากทำบ่อยๆแล้วก็จะส่งผลเสียถึงฟัน โดยฟันจะได้รับแรงกดดันที่มากเกินไปทำให้ฟันอาจจะร้าวหรือแตกได้ ดังนั้นจึงควรใช้ฟันให้เหมาะสมกับหน้าที่

4. ฟันที่รักษาคลองรากฟันแล้วจะเปราะ มีโอกาสแตกร้าวได้ง่าย ดังนั้นฟันที่ผุลึกถึงโพรงประสาทฟันที่ทำการรักษาในคลองรากฟันแล้วจะต้องมีการทำครอบฟันเอาไว้ให้ฟันแข็งแรง

• ฟันคุด

ยังไม่มีการศึกษาถึงสาเหตุที่แน่นอนที่ทำให้เกิดฟันคุดขึ้น แต่พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากขนาด ของฟันและขนาดของขากรรไกรไม่สัมพันธ์กัน โดยหากขากรรไกรเล็ก แต่ฟันมีขนาดใหญ่จะทำ ให้ฟันไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ต้องดันเบียดแทรกขึ้นมา ทำให้เกิดเป็นฟันคุด การทำความ สะอาดจึงเป็นไปได้ยากและไม่ทั่วถึงเศษอาหารจึงไปตกค้างอยู่จนอาจเกิดหนองรอบ ๆ ฟันคุดได้

• ฟันสึก

การสึกบริเวณคอฟัน ถ้าสึกมากๆจนถึงชั้นโพรงประสาทฟันก็จะทำให้ฟันตาย มีอาการปวด และอาจต้องถอนฟันในที่สุด ซึ่งอาการจะมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพฟัน ความ ลึกของรอยสึก ลักษณะการสบฟันที่ผิดปกติ รวมถึงการแปรงฟันที่ผิดวิธี และการใช้แปรงฟันที่มี ขนแปรงแข็งก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คอฟันสึกได้ คนส่วนใหญ่มักแปรงฟันแบบถูไปมา แรงๆตามแนวนอน จึงเป็นการทำลายคอฟันและเหงือกโดยไม่รู้ตัว วิธีที่ถูกต้องคือ ฟันล่างให้ปัด แปรงขึ้น ฟันบนให้ปัดแปรงลง สวนทางกัน และนอกจากนั้นการรับประทานอาหารที่มีความเป็น กรดสูง เช่น อาหารเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว น้ำผลไม้ น้ำอัดลม อาหารหมักดอง หรือการรับประทานยา (Medicament) หรือ วิตามินเสริมที่มีความเป็นกรดเป็นประจำก็ยังเป็นสาเหตุให้เกิดฟันสึกได้อีกด้วย

• นอนกัดฟัน

เป็นอาการที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ฟันสึกหรือสารเคลือบฟันถูกทำลายไป โดยการ นอนกัดฟันนั้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด ความกังวล การสบฟันผิดปกติ หรือในกรณีที่สูญเสียฟันแท้ไป โดยที่ไม่ได้ใส่ฟันปลอมทดแทน จะพบว่ามีจุดที่สูงต่ำต่างกันโดยธรรมชาติของคนเราต้องพยายามบดเคี้ยวให้จุดสูงนั้นให้หมดไป และมักจะเกิดในเวลาที่เรานอนหลับ ซึ่งเป็นเวลาที่เราไม่รู้สึกตัว หรือในบางกรณี อาจมาจากผลข้างเคียงของยารักษาโรคซึมเศร้า เป็นต้น

• การอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า

เส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า (Cranial nerve V) เป็นเส้นประสาทของฟันและเหงือกโดยอาการปวดจะเป็นขึ้นมาเองโดยฉับพลัน ผู้ป่วยจะปวดบริเวณแก้ม กระพุ้งแก้ม เหงือกและฟันด้านใดด้านหนึ่งได้อย่างรุนแรง ปวดเหมือนถูกเข็มแทง ไฟช็อต ทำให้บางคนเข้าใจว่าปวดฟัน จึงไปพบทันตแพทย์ เพื่อรักษาแต่อาการก็ไม่หายปวด ซึ่งสาเหตุของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าที่พบได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ มาจากการที่เส้นเลือดซึ่งมีตำแหน่งอยู่ใกล้เคียงกับเส้นประสาทใบหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้เส้นประสาทมากเกินไปจนเกิดการกระแทกหรือกดทับเส้นประสาท ทำให้การทำงานของเส้นประสาทใบหน้าผิดปกติและไวต่อการกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ หรือมีการอักเสบของเส้นประสาทจากโรค multiple sclerosis

• อาการปวดฟันที่มาจากอวัยวะอื่น

เป็นไปได้ว่าในบางครั้งอาการปวดฟันนั้นมีสาเหตุมาจากอวัยวะอื่นๆ เช่น ศีรษะ ไซนัสอักเสบ เนื่องจากรากฟันกรามชั้นบนอยู่ใกล้กับโพรงอากาศข้างจมูกมาก เมื่อมีการอักเสบของไซนัส ฟันกรามบริเวณนี้จึงรับความรู้สึกได้ไวและรู้สึกเหมือนมีอาการปวดฟัน
นอกจากนั้นยังมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น วัสดุอุดหรือครอบฟันหลุดหรือเสียหาย และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจ ขาดเลือดเฉียบพลันที่อาจส่งผลให้มีอาการปวดฟัน ปวดกราม หรือเจ็บคอ เป็นต้น

toothcover - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

 

การวินิจฉัยอาการปวดฟัน

ในระยะเริ่มแรกของการปวดฟันหลายคนอาจ คิดว่าเป็นเรื่องเล็กที่ปล่อยไปสักพักหรือแค่เพียงกินยาบรรเทาอาการปวดแล้วจะหาย ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด

เพราะในบางกรณีหากปล่อยให้เกิดอาการปวดฟันทิ้งไว้จนทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้ออาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้เนื่องจากเชื้อโรคจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด

เช่น โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบหรือในกรณีที่อาการปวดฟันมาจากโรคฟันผุที่จะเริ่มจากการผุกกร่อนบริเวณชั้นผิวฟันด้านนอกก่อนแล้วลามเข้าไปยังเนื้อฟัน ลึกเข้าไปเรื่อยๆจนถึงโพรงฟัน

ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันที เชื้ออาจแพร่กระจายไปยังปลายรากฟันเข้าไซนัสก่อให้เกิดไซนัสอักเสบ และแพร่กระจายไปในกระแสเลือดทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ยากต่อการรักษา

ดังนั้นหากมีอาการปวดฟันเกิดขึ้นนานเกินกว่า 1-2 วัน ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา

โดยเมื่อไปพบทันตแพทย์แล้ว ทันตแพทย์จะทำการการวินิจฉัยหาตำแหน่งที่เป็นสาเหตุของการปวดฟัน ซึ่งจะเริ่มจากการซักประวัติสอบถามว่ามีอาการปวดฟันซี่ใด ปวดมากน้อยเท่าไหร่ ลักษณะการปวดเป็นแบบใด มักมีการการปวดเวลาไหน เคาะฟันแล้วมีอาการอย่างไร เมื่อรับประทานอาหารประเภทใดแล้วทำให้มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น และยังมีการทดสอบความไวต่ออุณหภูมิร้อนหรือเย็นของน้ำต่ออาการปวดฟันด้วย

นอกจากนั้นแล้วทันตแพทย์จะตรวจดูในช่องปากและฟันของผู้ป่วยเพื่อดูว่ามีอาการบวมหรือไม่ ตรวจหารอยร้าวหรือรอยแยกของฟัน หรือระหว่างฟันกับขอบวัสดุอุดฟันหากมีการอุดฟันไว้ และในบางครั้งยังมีการใช้ภาพถ่ายเอกซเรย์เพื่อช่วยหาความผิดปกติระหว่างซี่ฟัน การสลายตัวของกระดูกฟัน หรือฟันแตก

แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งอย่างที่ได้กล่าวมาในข้างต้นแล้วว่าสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดฟันอาจไม่ได้เกิดจากฟันหรือขากรรไกร แต่อาจเป็นความปวดที่ถูกส่งต่อมาจากอวัยวะอื่นเป็นผลให้เกิดความปวดร้าวมายังฟัน ผู้ป่วยจะรับรู้ไปเองว่ามีอาการปวดบริเวณฟัน ซึ่งการวินิจฉัยหาตำแหน่งของอาการปวดฟันที่เป็นสาเหตุนั้น ทันตแพทย์ต้องอาศัยการร่วมกันกับแพทย์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยถึงโรคที่อาจเป็นสาเหตุ ซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัยสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการปวดฟันนั้นเป็นไปได้อย่างแม่นยำ

และนอกจากนั้นแล้วการที่ทันตแพทย์จะสามารถวินิจฉัยอาการปวดฟันได้ถูกต้องแม่นยำสิ่งที่สำคัญคือการได้รับการร่วมมือจากตัวผู้ป่วยด้วย โดยผู้ป่วยต้องรู้จักสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเองเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ตอบคำถามในการซักถามของทันตแพทย์เพื่อนให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

toothache hurt - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

วิธีบรรเทาอาการปวดฟัน

ในบางครั้งอาการปวดฟันเกิดขึ้นในช่วงที่เราไม่สะดวกในการไปพบทันตแพทย์ วิธีที่การสามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดฟันนั้น สามารถทำได้ดังนี้

1. ทำความสะอาดฟันเพื่อนำเศษอาหารที่ติดตามฟันออก เนื่องจากเศษอาการที่ตกค้างในซอกฟันเป็นตัวการที่ทำให้เกิดฟันผุ ดังนั้นเราควรจะทำความสะอาดเศษอาหารเหล่านั้นออกไปเป็นวิธีการแรก โดยอาจใช้ไหมขัดฟันขัดอย่างระมัดระวัง จากนั้นกลั้วปากด้วยน้ำเพื่อให้เศษอาหารหลุดออก เสร็จแล้วจึงบ้วนน้ำทิ้ง

2. พยายามหลีกเลี่ยงการเคี้ยวด้วยฟันบริเวณที่ปวด อาจจะย้ายมาเคี้ยวอีกฝั่งเพื่อไม่ให้บริเวณที่ปวดถูกกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น หรือในบางครั้งอาจใช้ขี้ผึ้งอุดบริเวณฟันที่ปวดจากการแตก หรือผุไว้ชั่วคราวจนกว่าจะไปพบทันตแพทย์

3. เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม โดยลดสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการปวดฟันหรือทำให้ประสาทฟันบาดเจ็บมากขึ้น เช่น งดการรับประทานของเย็นจัดหรือร้อนจัด และงดรับประทานอาหารที่มีรสหวานจัดหรือเปรี้ยวจัด เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วควรเลือกรับประทานอาหารที่นิ่มไม่แข็งและเหนียวจนเกินไปเพื่อลดแรงกระแทกต่อฟันที่เกิดจากการเคี้ยวด้วย

4. ประคบเย็น โดย การนำเอาน้ำแข็งก้อนห่อด้วยถุงพลาสติกและห่ออีกชั้นด้วยผ้าบางๆมาประคบกรามบริเวณที่ปวด 5-10 นาที และพัก 10-15 นาที แล้วประคบต่อตามความจำเป็น โดยต้องค่อยสังเกตด้วยว่าเมื่อเราประคบเสร็จแล้วอาการปวดกลับมาปกติหรือยังไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขั้นได้ ความเย็นจะทำให้เกิดอาการชา อุณหภูมิที่ลดต่ำลงจะลดปริมาณเลือดที่ไหลออกมา เมื่อเลือดไหลน้อยลงก็จะปวดน้อยลงเช่นกัน

5. การประคบร้อน ในบางกรณีมีการบวมอย่างเห็นได้ชัดจากฟันผุทะลุถึงโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟัน ควรเปลี่ยนจากประคบเย็นเป็นประคบร้อนแทน เพราะความร้อนจะช่วยลดอาการปวดฟันได้ดีและยังช่วยระบายหนองได้อีกด้วย

6. บ้วนปาก สามารถใช้น้ำเกลือ ซึ่งประกอบไปด้วยเกลือ 1 ช้อนชา (5 มิลลิลิตร) กับน้ำอุ่น 250 มิลลิลิตร นำมาอมกลั้วปากประมาณ 30 วินาทีแล้วบ้วนออกซึ่งสามารถทำได้หลายครั้งตามที่ต้องการ โดยน้ำเกลือนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติในการรักษาอาการปวดโดยตรงแต่ช่วยกำจัดแบคทีเรียและช่วยให้เหงือกชุ่มชื่นขึ้น นอกจากน้ำเกลือแล้วการบ้วนปากด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) ที่มีความเข้มข้น 3% สักพัก ซึ่งจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการฟันผุได้ด้วย

7. รับประทานยาแก้ปวด สามารถหาซื้อได้ด้วยตนเองตามร้านขายยา เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol), แอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ซึ่งยาเหล่านี้เป็นยาสามัญที่ช่วยลดอาการปวดจนกว่าจะได้ไปพบทันตแพทย์ ซึ่งโดยปกติจะรับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามห้ามใช้ยาแอสไพรินแบบทาหรือยาแก้ปวดอื่นๆ กับเหงือก เพราะจะทำให้เหงือกเสียหายได้ ดังนั้นเมื่อไปซื้อยาควรปรึกษาเภสัชกรประจำร้านยาถึงการใช้ยาให้ถูกวิธี

8. ทานยาบรรเทาอาการปวดเฉพาะที่ นอกจากยาทานเพื่อบรรเทาอาการปวดแล้วยังมียาทาเฉพาะที่สะดวกไม่แพ้กันสามารถทาบนฟันหรือเหงือกได้โดยตรงมีตัวยาสำคัญคือ เบนโซเคน (Benzocaine) ซึ่งจะเข้าไปทำให้เกิดอาการชาและทำให้อาการปวดบรรเทาลงได้ แต่อย่างไรก็ตามยานี้ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และไม่ควรใช้ยาเกินขนาดที่แนะนำบนฉลาก

9. บรรเทาอาการปวดด้วยกานพลู กานพลูเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการปวดฟันมาตั้งแต่อดีตเนื่องจากทำให้เกิดอาการชาและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยสามารถใช้ได้ทั้งดอกโดยการวางดอกบริเวณเหงือกเคี้ยวเบาๆให้น้ำมันออกมา ส่วนผงสามารถทาบริเวณเหงือกได้เลย และส่วนของน้ำมันกานพลูนั้นนำมาผสมกับน้ำมันมะกอก นำก้อนสำลีสะอาดจุ่มน้ำมันที่ผสมแล้วนำไปคลึงบริเวณฟันหรือเหงือกที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด

10. ใช้กระเทียมหรือหัวหอม โดยการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วแปะที่ฟันซี่ที่ปวด ซึ่งทั้งสองเป็นยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียในช่องปาก บรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว

11. ยาทาหยางเหมย (Bayberry) วิธีการคือนำเปลือกหยางเหมยมาบดให้ได้ปริมาณที่หนาขึ้นจากก้นภาชนะประมาณ 1 นิ้ว จากนั้นผสมเข้ากับน้ำส้มสายชู 1/4 ช้อนชา (1.25 มิลลิลิตร) เพื่อให้ได้เป็นเนื้อครีมเหนียว จึงให้นำไปทาบริเวณที่ปวดในช่องปากโดยตรงและทิ้งไว้จนกว่าอาการปวดจะลดลง แล้วบ้วนปากด้วยน้ำอุ่น เปลือกรากหยางเหมยนี้เชื่อว่าเป็นยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ และมีสารแทนนินกับฟลาโวนอยด์ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันและสร้างความแข็งแรงให้เหงือกได้

12. ขิงและพริกป่น ผสมขิงบด พริกชี้ฟ้าและน้ำเข้าด้วยกันเติมน้ำให้ได้เนื้อที่เหนียว ใช้เป็นยาทาฟันซี่ที่เสียว เพื่อลดอาการปวดทา แต่ให้ทาบริเวณฟันที่ปวดเท่านั้น ห้ามสัมผัสเหงือก เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคือง

13. นำถุงชาไปประคบบริเวณที่ปวด ชาดำมีสารแทนนินที่ช่วยลดอาการบวมได้ และชาสมุนไพรเปปเปอร์มินต์ก็มีฤทธิ์อ่อนๆ ที่ทำให้รู้สึกชาและบรรเทาอาการปวดได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงสามารถนำชาถุงอุ่นๆมาวางเบาๆบนเหงือกและกัดเบาเพื่อบรรเทาอาการปวดได้

14. ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วิธีนี้ไม่ใช่การดื่มแต่ให้นำสำลีจุ่มในเครื่องดื่มอย่างบรั่นดีหรือวอดก้า แล้วนำไปประคบกับฟันบริเวณที่ปวด หรือจิบแล้วอมเครื่องดื่มในแก้มข้างที่ปวดวิธีนี้ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดชั่วคราว

(ชาสมุนไพรเปปเปอร์มินต์, กานพลูและน้ำมันกานพลู, ผงขิง, พริกผง,ทิงเจอร์มดยอบ)

15. กดจุดแก้ปวดฟัน

– จุดเหอกู่ การคลำหาจุดเหอกู่เริ่มจากคว่ำมือลงวานนิ้วให้แนบชิดติดกัน สังเกตจุจะอยู่บนเนินสูงสุดที่นูนออกมาระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ดังภาพที่ 1 อีกวิธีคือให้กางหัวแม่มือและนิ้วชี้ออก แล้วให้ใช้นิ้วหัวแม่มืออีกข้าง วางทาบตรงง่ามมือตามภาพที่ 2 (ใช้ในกรณีปวดฟันบน ถ้าปวดด้านซ้ายให้กดจุดเหอกู่ที่มือขวา ถ้าปวดด้านขวาให้กดจุดเหอกู่ที่มือด้านซ้าย)

– จุดเจี๋ยเชอ ให้กัดฟันทั้งสองข้าง จุดเจี๋ยเชอจะอยู่ตรงรอยนูนขึ้นของกล้ามเนื้อตรงแก้มให้ใช้หัวแม่มือกดและคลึงเบา ๆ (การกดจุดในตำแหน่งนี้ใช้ในกรณีที่ปวดฟันล่าง ถ้าปวดด้านใดก็ให้กดด้านนั้น)

– จุดหยาท้ง จะอยู่ในตำแหน่งระหว่างนิ้วที่ 3 และ 4 บนฝ่ามือ ใต้ง่ามนิ้วประมาณ 1 นิ้ว ใช้นิ้วหัวแม่มือกดและคลึงเบา ๆ (การกดจุดในตำแหน่งนี้ใช้เมื่อปวดทั้งฟันบนและฟันล่าง หรือปวดเฉพาะฟันบนหรือฟันล่าง หากถ้าปวดด้านใดก็กดบนมือด้านนั้น)

dentist checkup - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

การเข้าพบทันตแพทย์
อาการปวดฟันเมื่อพบว่าเมื่อทำวิธีต่างๆเพื่อบรรเทาอาการแล้วไม่ดีขึ้น มีอาการบวม เป็นหนอง หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรจะเข้าพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา

• หากอาการปวดเกิดจากฟันผุ ทันตแพทย์จะอุดฟันให้

• หากพบว่าเนื้อเยื่อส่วนในของฟันได้รับความเสียหาย จะต้องทำการรักษาคลองรากฟันเพื่อให้สามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้

• การขูดหินปูนจะทำในกรณีเกิดการอักเสบของเหงือกและการสูญเสียกระดูกที่ล้อมรอบฟัน และอาจทำร่วมกับ การเกลารากฟันและศัลยกรรมร่วมด้วย

• ฟันคุดรักษาโดยการถอนฟัน เพราะการขึ้นของฟันคุดนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีในการเคี้ยวอาหารและทำให้อาการปวดรุนแรงหรือติดเชื้อได้ถ้าไม่ถอนออก

• ฟันสึกที่ทำให้เสียวฟัน อาจแนะนำชนิดแปรงสีฟันและยาสีฟันแก่ผู้ป่วย หรือใช้ยาทาลดอาการเสียวฟัน หรือทำการอุดฟันให้

• การอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า จะรักษาโดยการให้ยารับประทานหรือส่งต่อไปพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญ

• ผู้ป่วยที่นอนกัดฟัน จะได้รับการใส่เครื่องมือไว้ป้องกันการกัดฟันเวลานอน

• ความปวดร้าวที่มีเหตุมาจากอวัยวะอื่น ต้องส่งต่อไปพบแพทย์สาขาอื่นที่เชี่ยวชาญเพื่อรักษาต่อไป

dentist examine - ปวดฟัน ทำอย่างไรดี หาสาเหตุของการปวดฟัน และบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น

การป้องกันการปวดฟัน
วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการปวดฟันคือการแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง และควรแปรงด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามคำแนะนำของทันตแพทย์ รวมถึงการเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ ใช้ไหมขัดฟันขัดเอาเศษอาหารและแบคทีเรียที่ติดค้างด้านล่างแนวเหงือกระหว่างซี่ฟันออกและเป็นการป้องกันฟันผุระหว่างซี่ฟันที่ดีมาก นอกจากนั้นแล้วควรไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยทุกหกเดือนเพื่อตรวจฟัน หากเพื่อดูพบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่องปาก

อ้างอิง:
How to Get Rid of a Toothache: Home Remedies & Pain Relief. (n.d.). Retrieved November 10, 2017, from //www.emedicinehealth.com/toothache/article_em.htm